โดนแน่! ภาษีสองล้อเพิ่มปีหน้า 200-1,500 บาท/คัน ห้ามนำเข้ารถเก่า เพื่อสิ่งแวดล้อม

0
36
Advertisement

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จากเดิมจัดเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบเป็นการการเก็บภาษีตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษี เพื่อลดเพื่อสิ่งแวดล้อมและลดสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มีเป้าหมายให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% ในปี 2572 โดยภาษีใหม่จะเริ่มจัดเก็บ 1 ม.ค.2563

โครงสร้างภาษีจักรยานยนต์ใหม่ จะทำให้รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก หรือรถครอบครัว มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณคันละ 200 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง หรือรถครอบครัวกึ่งสปอร์ต และรถจักรยานยนต์ประเภทอ๊อฟโรด มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 1,500 บาท และรถจักรยานยนต์ประเภทอื่นๆ มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นตามปริมาณการปล่อยก๊าซฯ ซึ่งทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 709 ล้านบาท

Bikersthailand

นายณัฐพร กล่าวว่า สำหรับอัตราภาษีใหม่ ประกอบด้วย
1.รถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า จะคิดอัตราภาษีอยู่ที่ 1%
2.รถจักรยานยนต์ทั้งแบบที่ใช้น้ำมัน และแบบไฮบริด ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและใช้ไฟฟ้า แยกเป็น

2.1 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 10 กรัมต่อกิโลเมตร (ก.ม.) คิดภาษี 1% 2.2 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 10 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 50 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 3%
2.3 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 50 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 90 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 5%
2.4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 90 กรัมต่อก.ม. แต่ไม่เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 9%
2.5 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 130 กรัมต่อก.ม. คิดภาษี 18%

3.รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ผลิต หรือนำเข้ามาเพื่อนำไปวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ ที่ไม่เคยขายในท้องตลาดเป็นการทั่วไปในประเทศ และไม่เคยได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาก่อน หรือเคยได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตมาแล้วแต่ได้เลิกการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ จะไม่เสียภาษี
4.รถจักรยานยนต์อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ คิดอัตราภาษีที่ 20%

นอกจากนี้ ครม.ยัง มีมติห้ามนำรถยนต์ใช้แล้ว (รถยนต์เก่า) ตามประกาศกำหนดให้รถยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งนิยามของรถเก่าคือ รถที่จดทะเบียนแล้วในต่างประเทศ แต่ไม่รวมที่จดทะเบียนแล้วงนำเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน 60 วัน อาทิรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถแทรกเตอร์เพลาเดี่ยว ที่ใช้เฉพาะตัว ยกเว้นรถยนต์ประเภทอื่นที่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น รถยนต์ที่ใช้เพื่อการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ รถยนต์ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรสาธารณกุศล รถยนต์ที่นำเข้าโดยผู้มีเอกสิทธิทางการทูต รถยนต์ที่นำเข้าตามแผนการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ รถยนต์เพื่อการศึกษาและวิจัย และรถยนต์ที่นำเข้าเพื่อปรับสภาพการส่องออก

“การห้ามนำเข้ารถเก่า หรือรถยนต์มือสอง น่าจะกระทบกับผู้นำเข้าอิสระ หรือ เกรย์ มาร์เก็ต (Grey Market) ซึ่งมีการนำเข้ารถหรูประมาณ 100 คันต่อปี ”

คำถามก็คือ… แล้วรถยนต์ไม่สร้างมลพิษหรืออย่างไร แทนที่รัฐจะสนับสนุนให้ประชาชนใช้มอเตอร์ไซค์ หรือ พัฒนาระบบขนส่งมลชนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น กลับกลายเป็นผลักภาระให้คนขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันสวัสดิการบนท้องถนนนั้นแย่มาก ขนส่งมวลชนก็ขาดๆเกินๆ สุดท้ายก็ไปซื้อรถยนต์กันหมดจนรถติดสาหัสแบบในปัจจุบัน …

Bikersthailand

ดูจากทุกรูปเเล้ว รถยนต์น่าจะจะเป็นปัญหาหลัก ที่ควรจะแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรกๆ หรือไม่อย่างไร … ??

ที่มา : ข่าวสด
ขอบพระคุณรูปภาพประกอบจาก Internet
เรียบเรียง : Bikersthailand