บอกต่อหลังใช้เบรค SBS เกรด SINTER ครั้งแรก กับทริปขึ้นเหนือ 1,580 กม. !!

Advertisement

หลังวางแผนว่าจะออกทริปเดินทางไกลขึ้น จ.น่าน ก็ต้องเช็ครถให้พร้อมก่อนทั้งระบบ เพราะความผิดพลาดระหว่างทริปคงไม่มีใครอยากให้เกิด หนึ่งในส่วนประกอบที่ผมให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆก็คือ “ผ้าเบรค” ซึ่งก็โชคดีที่ถอดมาเช็คก่อนเพราะว่าตอนนี้อยู่ในสภาพที่แทบจะเหลือเเต่เหล็กเเล้ว จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะลองผ้าเบรคแบรนด์ดังฝั่งยุโรป SBS และนี่ก็เป็นครั้งเเรกจริงๆ กับการใช้ผ้าเบรคเกรด SINTER ผมก็อยากรู้เหมือนกันเมื่อเทียบกับผ้าเบรคเนื้อออแกนิคจะต่างกันขนาดไหน

หมดพอดีอยากเลือกที่ดีกว่าเดิม

หลังจากที่ใช้ผ้าเบรคเดิมติดรถมาเเล้ว 24,000 กม. จนหมดเกลี้ยงตามภาพ โดยผ้าเบรคเดิมจะเป็นเนื้อที่เราต่างรู้ดีคือ เน้นนุ่มนวล ถนอมจาน เเต่สิ่งที่หลายคนต้องการมากกว่านั้นอาจยังไม่พอ อยากจะอัพเกรดให้ประสิทธิภาพมากกว่าเดิม บางคนเลือกเปลี่ยนทั้งระบบ ปั๊มบน ปั๊มล่าง หลายหมื่น เวลาจอดรถที่ไหนก็ไม่สบายใจกลัวหายอีก ดังนั้นวิธีง่ายๆแต่ได้ผลจริงคือการอัพเกรดผ้าเบรคครับ โดยสามารถเปลี่ยนทดแทนของเก่าได้เลยซึ่งจะช่วยประหยัดเงินลงไปมาก เเล้วก็เห็นผลชัดเจนซึ่งผมลองด้วยตัวเองเเล้วก็เห็นเลยว่าคุ้มค่าเงินที่จะเปลี่ยนเป็น SBS

ระดับของผ้าเบรค SBS

ผ้าเบรค SBS ถ้าให้แบ่งตามคลาส มีให้เลือกมากถึง 16 คลาส ใน 4 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เทียบของเดิม ,เซรามิค ,ซินเทอร์ ,คาร์บอนด์ ประกอบไปด้วย
1.SBS Racing Brake pad เกรดแข่งเน้นๆพัฒนาร่วมกับนักเเข่ง WSBK , WSP เเละ MOTO2 เหมาะกับการใช้งานแบบแข่งขัน หรือ Track Day
2. SBS Street & Scooter เกรดรถถนนใช้งานทั้งมอเตอร์ไซค์ และ สกู๊ตเตอร์ ออกแบบมาโดยเฉพาะแตกต่างกันทัวร์ริ่ง แอดเวนเจอร์ โร้ด อยู่กลุ่มนี้
3.SBS American เป็นผ้าเบรคที่ออกแบบมารองรับการใช้ของกลุ่มรถแนวครุยศ์เซอร์ เช่น Harley Davidson , Indian , Buell
4.SBS Off Road ร่วมพัฒนาโดยนักแข่ง World MX GP เน้นการใช้งานได้สมบูรณ์แบบทุกสถาการณ์ ทั้งแห้ง เปียก ร้อน ทราย หรือ โคลน

ถ้าให้อธิบายแยกย่อยบอกเลยว่ายาวครับ เลยสรุปมาคร่าวๆคุณสมบัติตามรูปด้านล่าง…

ในที่นี่เราจะพูดถึงกลุ่ม Street เเละ Scooter ผ้าเบรค SBS เนื้อ Sinter เป็นผ้าเบรคที่เรียกว่า Upgrade ให้เหนือกว่าของเดิม ประสิทธิภาพเเตกต่างกันมาก ใส่ทดเเทนได้เลยกับปั๊มเบรคเดิมติดรถตามรุ่นที่เราเลือก สำหรับ Versys650 เบรคหน้าจะมีให้เลือกอยู่สองเกรดคือ SP เเละ HS ส่วนเบรคหลังจะเป็นเกรด Racing ในรหัส LS (ตอนนี้ผมยังใส่ของเดิมอยู่ใว้จะรีวิวในครั้งต่อไปครับ)

เลือกใช้เกรด HS ก็พอ

สำหรับผ้าเบรคหน้า SBS ผมเลือกเกรด HS ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกเเบบมาสำหรับการใช้งานทั่วไปและจานเบรคเเบบเหล็กเเละสแตนเลสโดยเฉพาะ จนถึงการขับขี่ระดับไฮเพอฟอมานซ์ราคาคู่ละ 1,390 บาท ไม่ถึงกับต้องใช้ระดับ SP เนื้อระดับ EVO SINTER อัพเกรดขึ้นไปอีก ราคาก็ดีดตามไปด้วยคู่ละ 1,890 บาท ใช้ลงแข่งขันได้ในระดับนึงเลย ซึ่งจะทนความร้อนมากกว่า คุณภาพการใช้งานสม่ำเสมอเมื้อมีความร้อนสูง

ระดับ HS ที่เลือกนี้จะมีคุณสมบัติคือเป็นเนื้อ Sinter ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับจานเบรคที่เป็น สเตนเลส เเละ เหล็กโดยเฉพาะ แพดด้านหลังเป็นทองเเดงเน้นระบายความร้อน ป้องกันเบรคร้อนหรือเฟด(เบรคไม่อยู่ขณะใช้งานไปนานๆ) ยึดเกาะด้วยเขี้ยวแหลมๆที่ปั๊มเข้าด้วยกัน เนื้อเท่าที่ที่สังเกตุด้วยสายตาคือหนาเเละผิวหยาบกว่าของเดิมอย่างเห็นได้ชัด เเอบคิดว่ามันจะเเข็งไปสำหรับจานเบรคเราหรือเปล่า ?

ซื้อมาคู่ละ 1,390 บาท จานคู่ใช้ 2 ชุดรวม 2,780 บาท เริ่มต้นเปลี่ยนเองง่ายๆ ได้เห็นผ้าเบรคเก่าที่ใช้มา 24,000 กม.หมดเกลี้ยงก็เลยเอามาเทียบกันให้ดู (ความหนาถ้าเทียบกับของเดิมจะรู้สึกได้เลยว่าหนาขึ้น โดยเฉพาะจากความรู้สึกเวลาบีบเบรคคือเเตะนิดเดียวตึงเเล้ว) เปลี่ยนเสร็จลองเข็นดูโอ้โหแน่นเลยครับเเอบคิดว่าเราใส่ผิดหรือเปล่า 55+

เเต่พอเอาไปวิ่งดูสักพักก็ฟรีได้ปกติ ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องตกใจเหมือนผมนะครับผ้าเบรคก็มีระยะรันอินเล็กน้อยเหมือนกันเพื่อให้ร่องผ้าเบรคสนิทกับดิสค์เบรคเต็มที่จะทำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วงเเรกๆอย่าเพิ่งไปเบรคแรงๆเพราะดิสค์เบรคอาจเสียหายได้

เริ่มออกเดินทาง…!

ฟีลลิ่งจากการใช้งานผ้าเบรค SBS ออกเดินทางจาก ก.ท.ม. ตอนตี 3 ค่อนข้างจะทำเวลาเพราะเราขี่คนเดียว อีกทั้งเป้าหมายที่วางใว้ดูจาก Google คือ 9-10 ชม ถ้าออกตอนตี 3 ไม่พักเลยอย่างน้อยก็ 8 ชม. ประมาณ 11.00-12.00 ต้องถึงที่หมายเเน่นอน ความเร็วที่ใช้อยู่ประมาณ 130+ ตลอดทาง จอดคือเติมน้ำมัน เเล้วไปต่อเเบบนี้ยาวๆมีไปหลงที่ อช.ลำน้ำน่าน เสียเวลาต้องวกออกมาอีก 70 กม. สุดท้ายถึงที่พักคืนเเรก “ผาชู้” เวลาเกือบ 13.30 กินเวลา 10 ชั่วโมง เเช่กันจนท่อเดือดแดงจัด

ลองแล้วชอบนะ สังเกตุตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบทริป…

จากการใช้งานขาไปนี้บอกเลยครับว่าเบรคมีจังหวะการจับจานที่นุ่มคล้ายเบรคเดิม เเต่จังหวะการจับหรือหยุดนั้นดีกว่ามากๆ การหยุดรถเร็วกว่า รถมีอาการดีเลย์หลังบีบเบรคให้รถหยุดน้อยกว่า เเละจับได้สนิทกว่ามาก แม้ว่าจะบรรทุกหนักเเละต้องใช้ประสิทธิภาพจากผ้าเบรคเป็นพิเศษ เดี๋ยวเรื่องราวการท่องเที่ยวใว้จะมาเล่าเต็มๆครั้งต่อไปครับเอาตัวอย่างไปก่อนนะ

อีกทั้งเรื่องความร้อนสะสมหรือการเฟดของผ้าเบรคนั้นเเทบไม่รู้สึก ยิ่งเป็นช่วงที่เข้าโซนเหนือซึ่งเป็นเส้นทางคดเคี้ยวบนเขา เราต้องเบรคทุกครั้งก่อนเข้าโค้ง ประกอบกับการขับขี่มาเป็นเวลานาน SBS SINTER ยังไม่มีอารเฟด จุดนี้ผมว่าเยี่ยมมาก ส่วนการสิ้นเปลือง ยังไม่รู้สึกว่าจะสึกหรอไปเยอะแต่อย่างใด

ส่วนดิสก์เบรคมีการสึกหรอที่เรียบเนียนไม่มีส่วนไหนที่กินจานหรือเป็นลอนคลื่น ทั้งหมดทั้งมวลเทียบกับฟีลลิ่งที่ได้รับราคานี้ผมว่าคุ้มกว่าการเปลี่ยนอย่างอื่นเต็มระบบ ล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนปั๊มไปเลยครับ ดีไปอีกจอดห้าง จอดที่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลว่ากลับมาที่รถปั๊มเบรคที่ซื้อมาจะยังอยู่หรือเปล่า(กำ) ต่อจากนี้ก็คือลองใช้งานยาวๆ เทสเรื่องอายุการใช้งาน กับดิสค์เบรคต่อว่ามีผลเป็นยังไง

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจผ้าเบรค SBS สามารถสอบถามได้ที่ร้านรายชื่อตามนี้

ร้านนานาอะไหล่
อัลฟ่า สแปร์ พาร์ท
อาร์ เอส ซุปเปอร์ไบด์(ไทยแลนด์)
109 Racing club
บริษัท ฟาสธ์คอม เทค จำกัด
ร้านเสรีวัฒน์
ร้านมอส อะไหล่
ร้านวิสิทธิ์มอเตอร์
ร้านยศอะไหล่แต่ง
ประสูติ อะไหล่
ลิขิตเรชซิ่ง
ที – ไซเคิล 52 เอ็นจิเนียริ่ง
บริษัท เอ็มอาร์ดีไซเคิล จำกัด
Gravity
เอสเอสบี มอเตอร์ราด
แม๊ดด็อก เรซซิ่ง ช็อป
JP RIDER PATTAYA
ร้านSPEED 800
ร้านเอ.เค.การาจ
MT Superbike
Burning Shop
พิสตัน ซ๊อป
บริษัท ส.อรุณ เซลส์เซอร์วิสเซ็นเตอร์ จำกัด
ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์(ช่างฮอน)
ร้านบุญชูอะไหล่
ศูนย์บริการไพศาลยนต์
IQ MOTORPART
ดับเบิ้ลยูพี โปรช๊อป 
8 MOTO
จอมยุทธ์เรซซิ่ง


หรือสอบถามโดยตรงที่
YSS Bigbike , YSS Marketing โทร 02-7063700 หรือตามร้าน Service Bigbike ทั่วไป มีรองรับรับรถตั้งเเต่ 300 ซีซี ขึ้นไปครับผม.