Paul Spierings กับโช้คอัพคนไทย YSS บิดจบ Dakar Rally อันดับที่ 13 ท่ามกลางนักแข่งทั่วโลกกว่า 100 คน !!

Advertisement

…ปิดฉากการแข่งขัน Dakar Rally 2021 สมรภูมิดวลคันเร่งที่พิสูจน์แล้วซึ่งความอึดของรถ และความทรหดของนักบิดกับ 14 วันของการแข่งขันที่ทอดยาวสู่ทะเลทรายซาอุดิอาราเบียเป็นระยะทางมากกว่า 7,486 กม Paul Spierings หมายเลข 25 นักแข่งสังกัดทีม Dakar team spierings ลงแข่งรุ่น G2.1 Super production พร้อมด้วยการสนับสนุนช่วงล่างเต็มระบบจาก YSS SUSPENSION(YSS R&D EUROPE )

โดยในปีนี้นับเป็นการจบการแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 ของเขาตั้งแต่เข้าร่วมครั้งแรกในปี 2019 โดยในปีนี้ Paul Spierings จบการแข่งขันในอันดับที่ 26 จากตารางรวมทุกรุ่น และเป็นอันดับที่ 13 ในรุ่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังเข้าเส้นชัยอย่างใสสะอาด โดยไม่ถูกปรับเวลาเลย นับเป็นความสำเร็จที่ใสสะอาดในการแข่งขันแรลลี่รายการที่เป็นที่สุดของที่สุด

Paul Spierings ให้สัมภาษณ์ว่า
“สัปดาห์แรกเป็นไปอย่างอยากลำบาก ผมได้ช่วยนักแข่งสองคนที่ประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง ในสัปดาห์นี้ผมและทีมงานได้ช่วยเหลือกันเต็มที่เพื่อให้ผลลัพท์ออกมาดีที่สุด และมันก็ดีมากจนผมอยากจะแข่งขันต่อให้นานกว่านี้อีกหน่อยแม้จะมีปัญหาจากโคโรน่าไวรัส ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ผมประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้”

YSS SUSPENSION ขอแสดงความยินดีกับ Paul Spierings และ Dakar team spierings ด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีในรายการแข่งขันยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับตำนานครั้งนี้

Dakar Rally เป็นอีกหนึ่งรายการที่อยู่ในระดับตำนานรายการหนึ่งของมนุษยชาติ เป็นรายการแข่งขันที่ทดสอบทั้งความทรหดของเครื่องยนต์ และ ร่างกายของมนุษย์ รวมไปถึงทีมงานที่ต้องทำงานร่วมกันแทบจะ 24 ชมในทุกๆวันตลอดการแข่งขัน และเป็นหนึ่งในไม่กี่รายการที่เราจะได้เห็นสัญชาติญาณของมนุษย์ ในการที่จะแสดงความมีน้ำใจ หรือ การมุ่งมั่นต่อเป้าหมายโดยไม่ใส่ใจต่อสิ่งรอบข้าง

…แล้วคุณล่ะเห็นอะไรจากการแข่งขันในครั้งนี้ ?
ส่วนเรา YSS SUSPENSION เห็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของผลิตภัณฑ์คนไทย ที่สามารถผงาดอยู่ในรายการระดับนี้ได้ และก็ทำผลงานได้ดีด้วยสิคุณว่าไหม ?


สรุปไฮไลท์แข่งขันทั้ง 12 Stage ของ Paul Spierings ใน Dakar 2021

Stage 1 Jeddah – Jeddah เส้นทางเชื่อมต่อ 118 km เส้นทางพิเศษ 11 km
เริ่มต้นช่วงแรกของการแข่งขันอย่างติดขัดเล็กน้อยในช่วงที่เต็มไปด้วยหิน ซึ่งเขาได้วางแผนที่จะลดความเร็วในช่วงดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ โดยตั้งใจทำเวลาคืนในช่วงที่เป็นทรายซึ่งเป็นสิ่งที่เขาถนัด
เขาหยุดช่วยเพื่อนนักแข่งที่ถุงลมนิรภัยมีปัญหาจนเสียเวลาไปกว่าสิบนาที ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีใน Dakar

Stage 2 Bisha – Wadi Ad-Dawasir เส้นทางเชื่อมต่อ 228 km เส้นทางพิเศษ 457 km
ในเส้นทางพิเศษที่เป็นทรายเขาทำได้ดีขึ้นมาก ซึ่งเป็นทางที่เขาถนัดมาก เป็นอีกวันที่ดีมากสำหรับเขา

Stage 3 Wadi Ad-Dawasir – Wadi Ad-Dawasir เส้นทางเชื่อมต่อ 227 km เส้นทางพิเศษ 403 km
ในเนินเขาที่เต็มไปด้วยหลุมและพายุทราย ใต้ท้องรถของเขากระแทกอย่างรุนแรงจนทำให้แผ่นเหล็กกันกระแทกถูกดันไปกดท่อไอเสียจนบุบ ส่งผลให้รถมีกำลังลดลงแต่เขาก็ยังพารถเข้าจุดเช็คพอยท์ได้

Stage 4 Wadi Ad-Dawasir – Riyadh เส้นทางเชื่อมต่อ 476 km เส้นทางพิเศษ 337 km
มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลังจากที่เขาขี่ด้วยความเร็วสูงไปบนพื้นทรายสีขาวที่มีหินปนอยู่ด้วย ทำให้เขาต้องลดความเร็วลง นักแข่งบางคนได้แซงเขาไปในช่วงนี้ หลังจากนั้นเขาก็เห็นนักแข่งสองคนล้มอยู่ด้านหน้า
หนึ่งในนั้นคือ CS Santosh ที่บาดเจ็บสาหัสและหยุดหายใจไปแล้ว เขาจึงหยุดเพื่อให้การช่วยเหลือด้วยการกดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และทำCPRเพื่อดึงชีพจรของ CS Santoshกลับมา
ซึ่งเขาและทีมช่วยเหลือทำได้สำเร็จ หลังจากผู้บาดเจ็บได้รับการเคลื่อนย้ายสู่สถานพยาบาล เขากลับสู่การแข่งขันอีกครั้ง สิ่งที่เขาทำในครั้งนี้บ่งชัดถึงจิตวิญญานที่ควรได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง

Stage 5 Riyadh – Al Qaisumah เส้นทางเชื่อมต่อ 205 km เส้นทางพิเศษ 456 km
เป็นวันที่ไม่ค่อยดีนักด้วยทางที่เป็นหินลอยขนาดเท่าลูกฟุตบอล และมันไม่มีอะไรให้เป็นจุดสังเกต เขาหลงทางไปสองครั้งและเสียเวลาไปพอสมควร เมื่อกลับมาได้ก็ต้องพบกับฝุ่นจากการต้องวิ่งตามรถยนต์ ซึ่งเขาไม่คุ้นเคยกับอะไรแบบนี้

Stage 6 Al Qaisumah – Ha’il เส้นทางเชื่อมต่อ 170 km เส้นทางพิเศษ 448 km
ช่วงเช้าที่เต็มไปด้วยทรายที่เขาถนัด แม้ช่วงบ่ายจะเจอกับหินมากมายซึ่งทำให้เขาถูกแซง แต่ช่วงท้ายเมื่อกลับมาแข่งบนทรายอีกครั้ง เขาก็เร่งความเร็วไปจี้หลังกลุ่มที่แซงเขาไปได้ หลังจากนั้นเป็นวันเสาร์ซึ่ง Dakar
พักการแข่งขันหนึ่งวัน

Stage 7 Ha’il – Sakaka เส้นทางเชื่อมต่อ 284 km เส้นทางพิเศษ 453 km
เขาต้องขี่บนเนินทรายขึ้นลงที่มีก้อนหินมากมายซ่อนตัวอยู่ในทราย เขาจำเป็นต้องลดความเร็วลง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พลาดล้มสไลด์ไปหนึ่งครั้ง ซึ่งผลจากการล้มทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่ไหล่

Stage 8 Sakaka – Neom เส้นทางเชื่อมต่อ 334 km เส้นทางพิเศษ 375 km
เขาต้องทรมานจากการอาการบาดเจ็บที่ไหล่จากการล้มเมื่อวานนี้ ทำให้เขาต้องขี่ประคองในทางที่ต้องใช้ความเร็วสูงบนทรายสีแดงและฝุ่นที่อัดแน่น

Stage 9 Neom – Neom เส้นทางเชื่อมต่อ 109 km เส้นทางพิเศษ 465 km
ในเส้นทางการแข่งที่เต็มไปด้วยหิน แน่นอนว่ามันค่อนข้างลำบากสำหรับเขาที่ต้องเจอทั้งหิน ฝุ่น และอาการเจ็บไหล่ที่ยังตามรบกวน

Stage 10 Neom – AlUla เส้นทางเชื่อมต่อ 241 km เส้นทางพิเศษ 342 km
เขาต้องพบกับฝุ่นยาวๆ แต่เขาก็เริ่มคุ้นเคยกับทั้งฝุ่นและหิน และเริ่มไล่แซงขึ้นไปได้เรื่อยๆ

Stage 11 AlUla – Yanbu เส้นทางเชื่อมต่อ 134 km เส้นทางพิเศษ 464 km
แม้จะต้องเจอกับหินมากมายแต่เมื่อเขาและ David Knight ขี่ไปด้วยกัน มันสนุกมากสำหรับเขา มันเป็นวันที่ดีมากๆอีกหนึ่งวัน

Stage 12 Yanbu – Jeddah เส้นทางเชื่อมต่อ 247 km เส้นทางพิเศษ 200 km
ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างราบรื่น เขาสามารถจบการแข่งขันได้ในอันดับที่ 26 ของ Stage 12 และอยู่ในอันดับที่ 26 ของการจัดอันดับทั่วไป โดยที่ไม่ถูกปรับเวลา
แม้แต่วินาทีเดียว นับเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจสำหรับ Paul Spierings และ Dakar team spierings



ติดตามการแข่งขันครั้งต่อไปได้ที่
นักแข่ง Paul Spierings
Dakar Profile Paul Spiering
ทีม Dakar team spierings
Next the RACE >> www.dakar.com

Much THANK Credit pic BY
www.dakar.com
Dakar team spierings
Paul Spierings